การเดินทางไปจังหวัดกาญจนบุรีครั้งนี้เป็นไปอย่างสบายๆ ไม่รีบร้อน ออกจากกรุงเทพฯ ไม่เช้านักผ่านพุทธมณฑลเข้าสู่จังหวัดนครปฐม แวะรับประทานอาหารเช้า เป็นอาหารจานเดียวง่ายๆ จากนั้นวิ่งรถบนเส้นทางหมายเลข 4 ผ่านเส้นทางที่จะไปบ้านโป่ง ราชบุรี แต่ไม่ได้ไปราชบุรี เราจะไปกาญจนบุรีต่างหาก

ถึงกระนั้นเรายังคงวิ่งบนทางหลวงหมายเลข 4 นี้อยู่จนกระทั่งเห็นป้ายจังหวัดกาญจนบุรี เป็นทางหลวงหมายเลข 323 จากนั้นวิ่งยาวเข้าสู่กาญจนบุรีได้เลย

หากมองระหว่างทางจะเห็นป้ายถนนแสงชูโตไล่เรียงต่อเนื่องไปเรื่อยๆ และนี่คือเป้าหมายแรกที่เรากำหนดไว้เมื่อมาเยือนกาญจนบุรี ก็คือร้านขายข้าวเกรียบปากหม้อท่าเรือ อยู่ในซอยแสงชูโต 17 เห็นชื่อซอยก็ตรงเข้าไป ร้านอยู่ทางขวามือก่อนถึงตลาดสดท่าเรือ ร้านเปิดขายประมาณ 11 โมง เรามาถึงก่อนเวลาเล็กน้อยเห็นเจ้าของกำลังจัดร้านพอดี

จัดร้านเสร็จสรรพก็จับจองเก้าอี้นั่งล้อมวงกันที่มีอยู่โต๊ะเดียว เพราะทำสดแล้วตักแจกรอบวง ก่อนอื่นต้องวางใบตองรองแทนจาน ตักกระเทียมเจียวใส่ลงบนใบตอง ใช้ส้อมเกลี่ยให้ทั่ว แล้วรอข้าวเกรียบปากหม้อทั้งไส้เค็ม ไส้หวานก็จะเวียนมาวางบนใบตอง ตักซีอิ้วที่มีอยู่ 3 แบบ เค็ม เปรี้ยว หวาน เลือกหยอดบนตัวแป้งตามชอบ กินแกล้มกับผักกาดขาวและผักชีอร่อยนัก อิ่มเมื่อไหร่ก็บอกให้หยุดเสิร์ฟ นี่แหละข้าวเกรียบปากหม้อท่าเรือที่ขึ้นชื่อลือชาของกาญจนบุรี…ที่ตั้งใจมากินให้ได้ และอิ่มตื้อกันเลยทีเดียว

จากนั้นก็ได้เวลาเที่ยว ซึ่งที่เที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรีมีหลากหลายและครบรส ทั้งการเที่ยวป่าผจญภัย ขี่ช้าง เที่ยวน้ำตก ล่องแพเปียก ชมถ้ำ ชมวัดที่งดงามและเปี่ยมไปด้วยศรัทธารวมถึงสถานที่ในประวัติศาสตร์

การมาเที่ยวเมืองกาญจน์ในคราวนี้จึงเลือกไปเที่ยวที่วัดใต้หรือวัดไชยชุมพลชนะสงคราม เป็นวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ในช่วงที่ไทยทำสงครามกับพม่า ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายมาจนถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ นอกจากจะมากราบพระทำบุญแล้วสิ่งที่พวกเราตั้งใจมาชมก็คือ เรือเทวดาสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นของวัดใต้

จากนั้นแวะชมพิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึกซึ่งอยู่ติดกับวัดใต้ ใช้แสดงเรื่องราวในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง รวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในยุคนั้น ชาวต่างชาติที่มาเที่ยวเมืองกาญจนบุรีมักจะแวะเวียนมาชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จากนั้นพวกเราไปเที่ยวกันต่อที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว ต่อด้วยวัดถ้ำเสือและวัดถ้ำเขาน้อย

เที่ยวกันจนเหน็ดเหนื่อยได้เวลาเข้าที่พัก ซึ่งที่พักในจังหวัดกาญจนบุรีมีมากมายให้เลือกตามกิจกรรมและความสะดวก ทั้งที่เป็นเกสท์เฮ้าส์ โรงแรมหรูและรีสอร์ท อาทิ เทวมันตร์ทรา รีสอร์ท แอนด์ สปา, บูติค ราฟท์ รีสอร์ท, ผึ้งหวาน รีสอร์ท แอนด์ สปา, บ้านริมแควแพริมน้ำ,รอยัลริเวอร์แคว สปอร์ ตแอนด์ สปา ฯลฯ พวกเราเลือกที่พักใกล้กับสะพานข้ามแม่น้ำแควนั่นเอง

วันรุ่งขึ้นพวกเรารับประทานอาหารเช้าในโรงแรมที่พัก จากนั้นแวะไปปางช้างไทรโยค กาญจนบุรี ที่นี่ได้ขี่ช้างเที่ยวชมธรรมชาติ ได้ชมการแสดงของช้างแสนรู้ถ่ายรูปกับช้าง รวมถึงการล่องแพไม้ไผ่แม่น้ำแควน้อยสำหรับปางช้างไทรโยคเป็นเป้าหมายอีกแห่งที่ตั้งใจมาเลยทีเดียว เพราะใครที่ได้ดูละครพีเรียดฟอร์มยักษ์อย่างเรื่องข้าบดินทร์แล้วแวะมาเที่ยวปางช้างที่เมืองกาญจน์แห่งนี้ คงอดไม่ได้ที่จะแวะทักทายช้างน้อยที่เล่นเป็น “แม่พังโต” ที่แสดงได้น่ารักน่าชังยิ่งนัก

ปิดท้ายทริปเที่ยวกาญจนบุรีด้วยการเข้าชมปราสาทเมืองสิงห์ ใครที่ชอบประวัติศาสตร์ ศิลปกรรมและอารยธรรมโบราณ รวมถึงชื่นชอบความสามารถของบรรพบุรุษยุคก่อนไม่ควรพลาด

ก่อนกลับกรุงเทพฯ พวกเราแวะซื้อของฝากในตัวเมืองกาญจนบุรี มีหลายร้านให้เลือกไม่ว่าเป็นร้านแก้ว ร้านศรีฟ้ากาญจน์ และโรงงานวุ้นเส้นท่าเรือ หอบขนมนมเนย และของกินกันเต็มไม้เต็มมือเป็นการอำลาเมืองกาญจน์ในทริปนี้…แล้วเจอกันใหม่ในคราวหน้า

Share On Facebook
Share On Twitter
Share On Google Plus