ช่วงนี้ฝนตกบ่อย เวลาอยู่บนถนนรถติดๆ ในกรุงเทพฯ แล้วเห็นสายฝนโปรยปรายลงมา ทำให้นึกถึงทริปล่องแก่งซองกาเลีย จังหวัดกาญจนบุรีขึ้นมาเลยทีเดียว ซึ่งประสบการณ์คราวนี้ก็เป็นช่วงที่สายฝนโปรยปรายแบบนี้แหละครับ

ซึ่งช่วงนั้นผมมีวันหยุดยาวอยู่ 4 วัน เลยได้นั่งคิดกับเพื่อนๆ ว่าตกลงจะไปทริปมันส์ๆ ที่ไหนกันดี เอาแบบบรรยากาศดีๆ ใกล้ๆ กรุงเทพฯ หน่อย และหลังจากทำการบ้านกันอยู่สักพักใหญ่ๆ ผมก็ไปค้นเจอแคมปิ้งอยู่ที่หนึ่งซึ่งน่าลองไปมากๆ เลยโทรไปถามดู

โดยหลังจากที่ได้คุยแล้วถามเพื่อนๆ ดู ต่างก็เห็นตรงกันว่าน่าลอง จึงตัดสินใจไปพักที่นั่นกันซึ่งที่ที่เราไปพักกันคือ เสรีไพรแคมปิ้ง ในราคาคนละ 2,900 บาท เรียกได้ว่าทั้งราคาและโปรแกรมสุดคุ้มเลยทีเดียว เพราะแค่ค่ารถตู้และโฟร์วิวไปล่องแก่งซองกาเลีย จังหวัดกาญจนบุรีก็คุ้มสุดๆ แล้ว

ซึ่งในโปรแกรมท่องเที่ยวล่องแก่งซองกาเลีย จังหวัดกาญจนบุรีแห่งนี้ เขาจะมีทริปนอนแพริมน้ำใกล้กับสะพานมอญ ต่อด้วยล่องเรือเที่ยวทะเลสาบ ไปชมวัดเก่าใต้น้ำเมืองบาดาล สังขละบุรี และต่อด้วยการแวะกินปลาที่เขื่อนเขาแหลม ส่วนไฮไลท์เด็ดของการมาเที่ยวเมืองกาญจนบุรีครั้งนี้คือ การได้ล่องแก่งแม่น้ำซองกาเลียด้วยแพไม้ไผ่ไปเที่ยวบนบก ต่อด้วยการพาชมเมืองประวัติศาสตร์ที่ด่านเจดีย์สามองค์ ไปไหว้พระวัดหลวงพ่ออุตตมะ จากนั้นก็ไปช้อปปิ้งของติดไม้ติดมือที่ชุมชนมอญ แล้วปิดท้ายทริปนี้ด้วยน้ำตกเกริงกระเวีย

เริ่มต้นวันแรกของทริปเมืองกาญจนบุรีแห่งนี้ ทางแคมป์ก็มารับพวกเราที่กรุงเทพฯ ด้วยรถตู้ ซึ่งผมถือว่าใหม่พอใช้ได้ นั่งไปสักพักยังไม่เข้าตัวเมืองกาญจนบุรี เขาก็พาเรามาแวะกันที่บ่อน้ำพุร้อนหินดาดก่อน เราก็เลยได้มาแช่น้ำร้อนกันแบบสบายๆ สักพัก

อ้อ! ผมลืมบอกไปว่าช่วงนั้นฝนก็ตกแบบช่วงนี้แหละครับ บรรยากาศท้องฟ้าก็มัวๆ อยู่เหมือนกัน แต่มันก็ได้บรรยากาศน่าจดจำไปอีกแบบ ซึ่งผมว่าหลายๆ คนก็คงต้องเคยพบกับอารมณ์ความรู้สึกนี้กันบ้าง ซึ่งพอผมได้เจอกับน้ำพุร้อนพร้อมหยดฝนบนยอดไม้แล้วมันรู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว

เมื่อเพลิดเพลินกับที่นี่กันสักพัก เราก็ออกเดินทางต่อ ซึ่งก็จะเข้าที่พักบนแพที่สังขละบุรีแห่งเมืองกาญจนบุรีเลย คืนแรกหลังจากเข้าพักที่แพใกล้สะพานมอญแล้ว ก็เป็นช่วงที่พวกเราได้เก็บบรรยากาศของการท่องเที่ยว กับความตื่นเต้นแปลกใหม่หลายๆ อย่างสำหรับผมและเพื่อนๆ

วันที่สองพวกเราก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมพร้อมผจญภัย เพราะจะเป็นวันแห่งไฮไลท์ของทริปเมืองกาญจนบุรีแห่งนี้ โดยเริ่มจากล่องเรือชมวัดใต้น้ำกัน ได้บรรยากาศวังเวงจริงๆ จากนั้นก็ถึงเวลาที่ผมรอคอยแล้ว พวกเราขึ้นรถโฟร์วิวมากันที่ห้วยซองกาเลียเพื่อล่องแก่งซองกาเลีย จังหวัดกาญจนบุรีด้วยล่องแพไม้ไผ่ แบบที่มีคนคอยค้ำซึ่งเป็นทีมงานของทัวร์ สนุกสุดๆ ไปเลยครับ เรียกได้ว่าทั้งเสียวทั้งมันส์ แถมช่วงนั้นฝนยังตกพรำๆ ซึ่งน้ำก็แรงอยู่พอสมควร ลุ้นกันแทบจะตลอดเวลาเลยก็ว่าได้

และวันสุดท้ายของทริปทัวร์เมืองกาญจนบุรีแห่งนี้ ผมรู้สึกติดใจกับที่นี่เป็นอย่างมาก รู้สึกว่ายังมันไม่เต็มที่เลยก็ต้องกลับซะแล้ว โดยขากลับทางทัวร์เขาก็พาพวกเราไปแวะไหว้พระที่วัดหลวงพ่ออุตตมะ เจดีย์พุทธคยา เพื่อขอพรก่อนกลับ ซึ่งที่นี่ให้อารมณ์เหมือนอยู่เมืองพม่าเลยจริงๆ จากนั้นก็ไปยังด่านเจดีย์สามองค์ ได้ชมบรรยากาศเก่าๆ สมัยกรุงศรีอยุธยากัน พร้อมจุดชมวิวสวยๆ อีกเพียบ

และแล้วเราก็เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ กันอย่างปลอดภัย ซึ่งเสรีไพรแคมปิ้งนี้ได้ทำให้ผมมีช่วงเวลาดีๆ กับเพื่อนๆ จริงๆ ครับ และผมก็คิดอยู่เสมอนะครับ ว่าถ้ามีโอกาสดีๆ อีกสักครั้ง คราวหน้าผมคงต้องชวนเพื่อนๆ กลับมาเที่ยวที่นี่ใหม่อีกครั้งอย่างแน่นอนครับ กับทริปดีๆ อย่างการล่องแก่งซองกาเลีย จังหวัดกาญจนบุรีแห่งนี้