จุดหมายของกระผมในวันนี้คือ “น้ำตกเอราวัณ” ตั้งอยู่ในอำเภอศรีสวัสดิ์ อยู่ในแนวลำน้ำแควใหญ่ จังหวัดกาญจนบุรี เดินทางโดยรถยนต์จากกรุงเทพมหานครใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ไม่ใกล้ไม่ไกลพอไปเช้าเย็นกลับได้สบายๆ ครับ น้ำตกแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องยอดนิยมของจังหวัดกาญจนบุรี โดยเฉพาะในวันหยุด จะมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาจนแทบไม่มีที่หายใจหายคอเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้ผมและครอบครัวจึงเลือกที่จะมาในวันธรรมดาเพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดทั้งหลายแหล่นั่นเองครับ

น้ำตกเอราวัณเป็นแลนด์มาร์คสำคัญแห่งหนึ่งของกาญจนบุรีก็ว่าได้ มีทั้งหมด 7 ชั้น รวมระยะทางทั้งสิ้น 1.5 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินขึ้นประมาณ 2-3 ชั่วโมงตามแต่กำลัง ส่วนตอนเดินลงนั้นใช้เวลาน้อยกว่ามากครับ อาจจะแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้นเอง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะแวะพักหรือแวะชมตรงจุดไหนนานเท่าไร เพราะถึงระยะทางจะดูจิ๊ดจ้อยแค่กิโลครึ่ง แต่บอกเลยว่าเป็นทางชันวิบากอยู่เหมือนกัน และในแต่ละชั้นก็จะมีจุดชมวิวต่างๆ กันไป สามารถพักหย่อนใจได้ตามต้องการ เพียงแค่ก่อนอุทยานปิดก็โอเคครับ อุทยานจะปิดเวลาบ่ายสามครึ่ง ดังนั้นถ้าใครตั้งใจจะเดินให้ครบทุกชั้นแบบไม่รีบแนะนำให้มาแต่เช้าๆ นะครับ สักเจ็ดโมงครึ่งกำลังดี

น้ำตกเอราวัณทั้ง 7 ชั้นจะมีชื่อเรียกที่คล้องจองกัน คือ “ไหลคืนรัง วังมัจฉา ผาน้ำตก อกนางผีเสื้อ เบื่อไม่ลง ดงพฤกษา ภูผาเอราวัณ” แต่ละชั้นจะมีระยะทางระหว่างกันที่ต่างกันออกไป ในช่วงชั้นแรกๆ นั้นระยะทางจะค่อนข้างสั้นและไม่ชันมากนัก แต่พอชั้นหลังๆ โดยเฉพาะจากชั้น 4 ขึ้นไปนั้น ระยะทางจะยิ่งไกลและชันขึ้นไม่น้อย ทางเดินก็เริ่มแคบลง ไปจนถึงชั้นบนสุดจะเปิดหน้าผาเปิดโล่ง มองดูคล้ายช้างสามเศียร นี่จึงเป็นที่มาของชื่อน้ำตกเอราวัณนั่นเองครับ

ความพิเศษของน้ำตกเอราวัณแห่งนี้ คือน้ำที่สวยและใสมากๆ ครับ น้ำสีเขียวใสเหมือนน้ำทะเลเลยทีเดียว ยิ่งชั้นสูงๆ ที่ไม่มีคนลงเล่นน้ำก็ยิ่งใส แต่ชั้นล่างก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กันครับ โดยเฉพาะชั้นแรกจะเป็นที่อยู่ของฝูงปลาพลวงนับพันตัว ชั้นแรกนี้เป็นชั้นที่เข้าถึงง่ายที่สุด คนเยอะที่สุด เหมาะสำหรับการนั่งปิกนิกส้มตำไก่ย่างตามอัธยาศัย ยิ่งชั้นสูงขึ้นไปคนจะยิ่งน้อยลง ยิ่งเลยชั้นที่ 4 ขึ้นไปแล้วนั้นแทบจะเงียบเหงาเลยล่ะครับแต่ยอมรับเลยว่าเมื่อได้มาถึงชั้นสูงสุดแล้วจะเข้าใจเลยว่าทำไมน้ำตกเอราวัณถึงเป็นสถานที่ต้องห้าม(พลาด) ของกาญจนบุรี

สำหรับคนที่ตั้งใจจะเดินขึ้นน้ำตกเอราวัณ สิ่งสำคัญคือเครื่องแต่งกายที่รัดกุม รองเท้าต้องไม่ลื่น และอีกข้อหนึ่งคือทางอุทยานไม่อนุญาตให้นำอาหาร เครื่องดื่ม ขวดน้ำ หรือถุงพลาสติกเข้าไปภายในอุทยาน ถ้าเอาไปก็ต้องฝากไว้กับเจ้าหน้าที่ที่ทางขึ้นครับ

สำหรับวันนี้กระผมเห็นทีจะต้องลาไปก่อน ขึ้นเขาลงเขากันมาทั้งวันล้าเต็มที สำหรับท่านที่ไปเที่ยวกาญจบุรี อยากให้ลองไปสัมผัสน้ำตกเอราวัณแห่งนี้ดูครับ รับรองว่าไม่มีผิดหวัง