หากมีสักแห่งที่สามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ทั้งกายและใจคงดีไม่น้อย เมื่อเปรยคำนี้ขึ้นมาก็มีเสียงตอบรับทันทีและที่ได้รับคำแนะนำมาก็คือ ริเวอร์แคว จังเกิลราฟท์ กาญจนบุรี ฉะนั้นจึงไม่รั้งรอที่จะไปสัมผัสสถานที่แห่งนี้

ก่อนไปต้องศึกษาข้อมูลและเตรียมตัวให้พร้อมเสียก่อน แล้วก็ได้รู้ว่าการเข้าพักที่ริเวอร์แคว จังเกิลราฟท์ กาญจนบุรีจะได้สัมผัสกับธรรมชาติแบบใกล้ชิดเลยทีเดียว แถมเป็นที่พักที่มีระบบนิเวศน์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่างนี้สิเยี่ยม…แพ็คกระเป๋าไปกันเลย

นัดมิตรสหายที่ชอบพอมาเจอกันครบถ้วนก็เริ่มต้นวิ่งรถขึ้นสะพานพระปิ่นเกล้า ขึ้นสะพานคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนีมุ่งสู่นครปฐม บนทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านเส้นทางจะไปราชบุรีบ้านโป่ง วิ่งไปเรื่อยๆ จนเห็นป้ายจังหวัดกาญจนบุรีบนทางหลวงหมายเลข 323 เข้าสู่เมืองกาญจน์ วิ่งรถต่อไปเรื่อยๆ ผ่านอำเภอไทรโยค-ทองผาภูมิ จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 56 จะเห็นป้าย “รีโซเทล” เลี้ยวเข้าไปเลย ประมาณ 2 กิโลเมตรถึงท่าขึ้นเรือเพื่อไปที่ริเวอร์แคว จังเกิลราฟท์ กาญจนบุรี

ที่ท่าเรือรีโซเทลมีเรือหางยาวของริเวอร์แคว จังเกิลราฟท์ กาญจนบุรีมารอรับตามที่ได้นัดหมายกันไว้ ขนสัมภาระขึ้นเรือและนั่งประจำที่กันแล้ว คนเรือขับเรือล่องตามแม่น้ำแคว ซึ่งสองข้างทางมีต้นไม้เขียวชอุ่มกับอากาศที่บริสุทธิ์ สดชื่นจริง ๆ

แล้วก็ถึงเรือนแพของริเวอร์แคว จังเกิลราฟท์ กาญจนบุรี ขึ้นบนแพไปยังจุดต้อนรับเป็นที่เช็กอิน มีเจ้าหน้าที่นำเครื่องดื่มต้อนรับซึ่งเป็นชากับกาแฟ พอได้กุญแจก็ไปตามหาห้องพัก เห็นเปลญวนแขวนเป็นแถวหน้าห้องแต่ละห้อง มีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งพักผ่อนอยู่หน้าห้องด้วย

ภายในห้องพักของริเวอร์แคว จังเกิลราฟท์ กาญจนบุรี ทำด้วยไม้ไผ่และวัสดุธรรมชาติแทบทั้งสิ้น ผนังด้านบนติดกับเพดานเป็นระแนงไม้ให้ลมเข้า เพราะที่นี่ไม่มีไฟฟ้าให้ใช้ จึงไม่มีพัดลม ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ไม่มีปลั๊กไฟฟ้าใ ๆ ทั้งสิ้น แต่พวกเราหาข้อมูลกันมาพร้อมสรรพ ทั้งไฟฉายและแบตเตอรี่สำรองมาเพียบ ฉะนั้นหายห่วง

สำรวจห้องพักเสร็จก็ออกมาที่แพริมน้ำ เตรียมใส่ชูชีพ ใช่แล้ว…ไปเล่นน้ำกัน เห็นทุกเพศทุกวัยโดดน้ำกันตูมๆ น่าสนุก จากผู้ใหญ่กลายเป็นเด็กน้อยแสดงท่าทางโดดน้ำอย่างเท่ห์กันสุดฤทธิ์ อดใจไม่ไหวต้องเข้าร่วมวง การปล่อยตัวให้กระแสน้ำพัดพาไปช่างผ่อนคลายจริงๆ แม้จะเหนื่อยตอนว่ายกลับมาขึ้นแพสักหน่อยก็ตาม เพราะไม่อยากลอยไกลแพของริเวอร์แควจังเกิลราฟท์เกินไป

นอกจากเล่นน้ำหน้าแพแล้ว ทางริเวอร์แควจังเกิลราฟท์ยังมีบริการเรือแคนูให้พายเล่น ถ้าไม่อยากพายเองก็มีล่องแพไม้ไผ่คอยนั่งสบายๆ เป็นคุณนายที่มีเจ้าหน้าที่พายให้ แต่ถ้าอยากไปเร็วกว่านั้นก็เช่าเรือหางยาวชมทิวทัศน์สองข้างทางก็มีบริการ

เล่นกันจนตัวเปื่อยก็ได้เวลาขึ้นแพไปอาบน้ำอาบท่าก่อนมืดค่ำ แล้วเตรียมตัวไปรับประทานอาหารเย็นซึ่งทางริเวอร์แคว จังเกิลราฟท์ กาญจนบุรีจัดไว้เป็นเวลา ให้แขกที่มาพักได้รับประทานพร้อมกัน ระหว่างนี้พนักงานจุดตะเกียงทั่วบริเวณที่พักดูงดงามไปอีกแบบ ส่วนมื้อเย็นเป็นอาหารพื้นบ้านธรรมดาไม่ได้หรูหราแต่อร่อยทุกจาน ใครไม่อิ่มก็ขอเติมได้ไม่อั้น

อีกอย่างที่พลาดไม่ได้กับการมาพักที่ริเวอร์แควจังเกิลราฟท์ก็คือการแสดงรำมอญ นาฏศิลป์เก่าแก่ที่ชาวมอญอนุรักษ์ไว้มาถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน แสดงให้ดูทั้งหมด 6 ชุด อิ่มเอมกับความงดงามและซึมซับศิลปะโบราณ แล้วก็ได้เวลากลับไปพักผ่อนที่ห้อง ซึ่งมีเพียงแสงจากตะเกียงให้ความสว่างดูโรแมนติกไปอีกแบบ หากใครยังไม่ง่วงออกมานั่งตากลมชมวิวยามค่ำ ดูพระจันทร์ ดูดาวเต็มท้องฟ้าที่หาชมได้ยากในเมืองหลวง

เช้าตรู่กับอากาศบริสุทธิ์ที่ริเวอร์แคว จังเกิลราฟท์ กาญจนบุรี สูดหายใจให้เต็มปอด เสพย์ความสุขกับธรรมชาติให้เต็มที่ แล้วก็ได้เวลาอาหารเช้า มีขนมปัง ไข่ดาว เบคอน ฯลฯ และผลไม้ล้างปาก จากนั้นก็เตรียมตัวไปชมหมู่บ้านมอญ

พวกเราเดินเท้าไปด้านหลังรีสอร์ทริเวอร์แควจังเกิลราฟท์เพื่อไปหมู่บ้านมอญ ที่นี่มีกิจกรรมหลายอย่าง ได้แก่การชมวิถีชาวมอญแบบดั้งเดิม ขี่ช้างชมไพร ดูช้างเล่นน้ำ ชมศูนย์หัตถกรรมชาวมอญ เป็นต้น ระหว่างเดินเที่ยวหมู่บ้านมอญจะเห็นต้นไม้สองข้างทางร่มรื่น มีร้านค้าขายของที่ระลึก ทั้งผ้านุ่งผ้าถุง ย่ามชาวเขา ของกระจุกกระจิก แป้งพม่า ยาดมมอญ ของกินเล่น ฯลฯ ให้ซื้อหาติดไม้ติดมือกลับมา

พวกเราเดินกลับมาเส้นทางเดิมเข้าสู่รีสอร์ทริเวอร์แคว จังเกิลราฟท์ กาญจนบุรี เพื่อทานอาหารกลางวัน ช่วงนี้ใครจะให้ทางริเวอร์แควจังเกิลราฟท์จัดโปรแกรมกิจกรรมแอดเวนเจอร์เสริมได้ตามสะดวก โดยเฉพาะการปีนป่ายโหนต้นไม้ได้รับความนิยมมาก แต่ถ้าอยากพักผ่อนสบายที่แพก็ยังบริการนวดแผนไทยอีกด้วย

ค่ำคืนสั่งลาที่ริเวอร์แคว จังเกิลราฟท์ กาญจนบุรี นอนชมดาวท่ามกลางความเงียบสงัด ผ่อนคลายกายและใจให้เต็มที่ ก่อนลากลับในวันรุ่งขึ้น  2 วันเต็มกับการปลีกตัวจากเมืองหลวงมาสู่บรรยากาศที่ยังเป็นธรรมชาติแท้ ไร้แสงสีจากไฟนีออน นี่คือเสน่ห์ของริเวอร์แคว จังเกิลราฟท์ กาญจนบุรีอย่างหาจากที่อื่นไม่ได้

Share On Facebook
Share On Twitter
Share On Google Plus