หากเอ่ยชื่อของ สังขละบุรี หลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นเพียงแค่หนึ่งในเขตของจังหวัดกาญจนบุรี หรือ อาจจะจำภาพสะพานมอญที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาได้ก็เท่านั้น แต่สำหรับใครบางคนที่ได้ลองมาสัมผัสบรรยากาศของสังขละบุรีแล้วล่ะก็ อาจจะมีความรู้สึกนึกคิดที่แตกต่างออกไป ซึ่งสังขละบุรีอาจจะมีความหมายและมีคุณค่าทางจิตใจ ด้วยวัฒนธรรมสามดินแดน ไทย มอญและชาวกระเหรี่ยง ที่มีเสน่ห์และมีความงดงาม โดยมีสะพานมอญเป็นเส้นทางสร้างความสัมพันธ์ของทั้งคนไทยและคนมอญให้เหนียวแน่น รวมไปถึงวิถีชีวิตของผู้คนที่นี่ซึ่งดูเรียบง่าย ทั้งอาหารการกิน การแต่งกาย หรือแม้กระทั่งการเดินทาง

สังขละบุรีเป็นชายแดนที่ติดประเทศพม่า ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีคิดเป็นระยะได้ราว 215 กิโลเมตร เรียกว่าไกลเอาเรื่องเลยทีเดียว จริงไม่แปลกใจว่าทำไมที่นี่จึงเงียบสงบ เหมือนกับเป็นโลกหยุดเวลาให้ค่อยๆหมุนไปอย่างช้า ไม่ว่าใครที่ได้มาเยือนก็ต้องรู้สึกสุขใจไปกับวิถีชีวิตของคนไทยและคนมอญที่นี่

ในช่วงปลายฝนต้นหนาวจังหวัดกาญจนบุรีเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาพักผ่อนไม่แพ้พื้นที่ภาคเหนือของประเทศเลยก็ว่าได้ คงเพราะด้วยความอุดมสมบรูณ์ของธรรมชาติ พื้นป่าและความเป็นอยู่ของผู้คน และสังขละบุรีก็แทบจะเป็นสถานที่แรกที่แล่นเข้ามาในหัวคิดของบรรดานักท่องเที่ยวทันที นอกจากนี้สังขละบุรีไม่ได้มีความโดดเด่นแค่สะพานมอญเท่านั้น แต่ยังมีวัดวาอารามที่เป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คนที่นี่ โดยเฉพาะวัดวังก์วิเวการามหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าวัดหลวงพ่ออุตตะมะ วัดนี้เป็นที่จำพรรษาของหลวงพ่ออุตตะมะ ชาวมอญในสังขละบุรีจะนับถือและศรัทธาท่าน รวมไปถึงผู้คนในอีกหลายพื้นที่ของกาญจนบุรีก็นับถือท่านเช่นกัน

นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถล่องเรือในแม่น้ำซองกาเลียเพื่อชมทิวทัศน์รอบๆบริเวณได้อีกด้วย เพราะผู้คนที่นี่ก็มักจะสัญจรไปมาหาสู่กันด้วยเรือหางยาว ส่วนสะพานมอญด้านบนในช่วงเช้าเราจะเห็นสาวชาวมอญนำของเดินข้ามฝั่งมาขาย โดยมีเอกลักษณ์ที่เห็นแล้วต้องสะดุดตา ก็เพราะว่าสาวๆเขาจะเอาสิ่งของเทินไว้บนศีรษะและเดินได้อย่างมืออาชีพโดยไม่เอามือจับข้าวของ จนแอบคิดว่าน่าจะชวนสาวมอญไปเป็นนางแบบคงเข้าที

และท้ายที่สุดถ้าใครได้มาเยือนสังขละบุรีที่เป็นเมืองสะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอันดีงามของคนไทยและคนมอญในจังหวัดกาญจนบุรี คุณจะได้เห็นว่ามิตรภาพนั้นไม่มีพรมแดนของเชื้อชาติและศาสนา ผู้คนที่นี่ยังคงอยู่อาศัยและทำมาหากินกันอย่างมีความสงบสุขใช้ชีวิตอย่างไม่เร่งรีบ มีพื้นที่ทั้งแม่น้ำและผืนป่า ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอแต่ทิวทัศน์ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์มาให้ทุกเวลา อย่างน้อยผู้คนที่นี่ก็โชคดีกว่าคนเมืองที่ไม่ว่ามองไปทางไหนก็เจอแต่ตึกสูงและรถติด เสน่ห์ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลุดจากเมืองที่วุ่นวาย มาสู่ความเงียบสงบและสัมผัสกับธรรมชาติของการใช้ชีวิตอย่างแท้จริงคงเป็นเสน่ห์ที่ไม่มีที่ไหนจะเลียนแบบเมืองสังขละบุรี แห่งจังหวัดกาญจนบุรีได้อีกแล้ว