สังขละบุรี

…ท่ามกลางบรรยากาศเมืองอันแสนอบอุ่นที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรม ความเป็นมิตรและน่ารักของผู้คนที่แตกต่าง เมืองที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวอันงดงามน่าพิสมัย… วันนี้ขอแนะนำทริปท่องเที่ยวสุดพิเศษของเมืองกาญจน์ อย่างสังขละบุรี ให้คุณไปร่วมค้นหากัน กับเมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม ไทย-มอญ-กระเหรี่ยง ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน รอให้คุณร่วมสัมผัสไปพร้อมกัน

มากันที่แรกกับสะพานมอญ หรือสะพานอุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดของไทยเลยก็ว่าได้ครับ แถมยังยาวที่สุดเป็นอันดับสองของโลกอีกด้วย สำหรับสังขละบุรีของเมืองกาญจน์แห่งนี้ในยามเช้าคุณจะพบกับสายหมอกที่สวยงาม ลองเดินทอดน่องไปบนสะพาน มองลงมาที่แม่น้ำด้านล่างชมวิถีของผู้คนในพื้นที่ ตักบาตรสร้างกุศลให้กับตนเอง เรียกได้ว่าสุขทั้งกาย สุขทั้งใจ ทั้งชาตินี้และชาติหน้ากันไปเลย

เมื่อชมบรรยากาศรอบๆ ของสะพานแห่งนี้ในยามเช้า ผสมกับผู้คนพื้นเมืองที่สัญจรไปมากันจนหนำใจแล้ว แนะนำให้ลองไปหาของกินรอบๆ บริเวณนั้น ที่มีร้านอาหารอร่อยๆ ให้เลือกมากมาย หรือจะลองจิบกาแฟที่ให้รสชาติหอมละมุนชิลๆ กันในยามเช้า หรือกาแฟโบราณของคนในพื้นที่ก็มีให้เลือกอยู่หลายเจ้า เรียกได้ว่าสัมผัสรสชาติแบบคนสังขละแท้ๆ กันทีเดียวครับ

ถัดมาไปล่องเรือชมเมืองบาดาลกันที่วัดใต้น้ำ หรือวัดวังก์วิเวการาม กัน ที่นี่จัดเป็นไฮไลท์ของเมืองสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรีเลยทีเดียว ส่วนวิธีเดินทางพวกเราก็ต้องเช่าเรือหางยาวซึ่งคนในพื้นที่จะจัดบริการไว้ให้พวกเรานั่งเรือชมบรรยากาศของเขื่อนเขาแหลม สายน้ำที่นิ่งสงบพร้อมสายลมที่ปะทะผิว เมื่อถึงจะพบกับความตื่นตาตื่นใจของวัดที่โผล่พ้นจากน้ำเป็นภาพที่ทำให้เราฉงนกันไม่น้อยเลย ทำให้รู้สึกอยากพิสูจน์และร่วมค้นหาคำตอบไปพร้อมกัน แม้จะดูเวิ้งว้าง แต่รับรองว่าสวยงามน่าค้นหาจริงๆ ขอแนะนำให้ไปช่วงเดือนมีนาคม – เมษายนนะครับ เพราะเป็นช่วงน้ำลดสามารถเดินบนพื้นของเมืองบาดาลแห่งนี้ได้ unseen สุดๆ

ไปกันต่อกับวัดสมเด็จเก่า ซึ่งก็อยู่ตรงข้ามกับเมืองบาดาลนั่นแหละครับ แต่วัดนี้ไม่ได้ถูกสายน้ำเข้าครอบคลุมเหมือนวัดวังก์วิเวการาม เพียงแต่เมื่อถึงหน้าน้ำ รอบวัดก็จะถูกสายน้ำเข้าแทนที่ทำให้การเดินทางค่อนข้างลำบากต้องจ้างเรือเข้ามา ซึ่งโดยส่วนมากนักท่องเที่ยวเมื่อเดินทางมาถึงที่นี่มักจะเดินทางมาชมทั้งสองแห่งนี้พร้อมกัน เพราะถือว่ามาเมืองกาญจน์ทั้งทีก็ต้องเที่ยวให้คุ้มจริงมั้ยครับ (555)

และอีกที่ก็คือวัดวังก์วิเวการามใหม่ ที่นี่มีความวิจิตรงดงาม เมื่อมาถึงสังขละบุรีแล้วต้องเข้าไปกราบหลวงพ่ออุตตมะกันสักครั้ง เพราะถือเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของชาวสังขละบุรี เป็นวิหารริมน้ำที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อนสวยมากๆและสุดท้ายกับเจดีย์พุทธคยา เป็นเจดีย์องค์ใหญ่ประดับฉัตรทองคำบรรจุพระบรมสารีริกธาตุกระดูกนิ้วหัวแม่มือข้างขวาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพระพุทธเจ้า ให้ทุกคนได้มากราบไหว้บูชาเสริมสิริมงคลกัน ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มากๆ ของเมืองสังขละบุรีในเมืองกาญจน์อีกแห่งหนึ่ง

กับการเดินทางไปเที่ยวสังขละบุรี เมืองกาญจน์นั้นถ้าจะให้ดีก็ควรค้างสักคืนสองคืน เพราะในยามเย็นจะได้เดินทอดน่องกันได้แบบชิลๆ หาของกินกันที่ตลาดไทย-มอญ ชมพระอาทิตย์ตก และสายน้ำสีทองที่งดงามมากๆ เรียกได้ว่ากินลมชมวิวครบ แถมถ่ายรูปกันเพลิน และสำหรับที่พักนั้นก่อนไปควรทำการบ้านจองกันไว้ก่อน เพราะเมืองสังขละเริ่มเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวกันมากขึ้นแล้วทำให้อาจจองที่พักลำบาก อาจจองไม่ทันบ้าง หรือที่พักเต็มบ้าง ส่วนที่พักก็มีทั้งโฮมสเตย์ที่คนในพื้นที่จัดทำกัน หรือเป็นรีสอร์ทหรูที่อำนวยความสะดวกสบาย สามารถเลือกกันได้ตามใจชอบเลยครับ

กับทริปพิเศษดีๆ แบบนี้ หวังว่าทุกคนคงจะหาเวลาว่างไปพักผ่อนกันนะครับ รับรองว่าเต็มอิ่มและอบอุ่นจริงๆ แล้วคุณจะรู้ว่าเมืองกาญจน์มีดีกว่าที่คุณคิด ให้อะไรมากกว่าที่คุณเห็น ร่วมสัมผัสไปพร้อมกันกับสังขละบุรี…มนต์เสน่ห์สามวัฒนธรรม