เป็นโสดทำไม  อยู่ไปให้เศร้าเหงาทรวง  ไม่คิดจะหาคู่ควง  เดี๋ยวจะล่วงพ้นวัยไปเปล่า…  แหม…  มันจี๊ดทุกทีนะครับ  เมื่อถูกเพื่อนๆ แซวด้วยเพลงนี้แต่เอาเถอะ ! ไหน ๆ ก็ติดรถมาเที่ยวที่จังหวัดกาญจนบุรี แล้วยอมอิจฉาพวกมีคู่หน่อยก็แล้วกัน

ตรงเส้นข้างหน้า 5 เมตร ชิดซ้าย..ให้ระวังหมา ! (เลียนเสียงGPS) นี่ล่ะครับหน้าที่ผมของการนั่งเบาะหน้าข้างคนขับอย่างเจ้าต้น สำหรับทริปนี้เรามากัน 5 คนครับ เป็นคู่กันหมดเลย ยกเว้นผมคนเดียว เฮ้อ..มันเศร้าใจชะมัด  ตอนแรกก็นึกสนุกดีเหมือนกันนะครับที่จะมีสา ๆ คัดสรรที่เที่ยวสนุก ให้ผู้ชายอย่างพวกเราได้ท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี กันอย่างหลากหลาย แต่…เอ่อสาวๆ ของเจ้าต้นและเจ้าอาร์มกลับเน้นของกินครับ ! ยังดีที่ได้แวะน้ำตกเอราวัณอันเลื่องชื่อและสะพานประวัติศาสตร์อย่างสะพานข้ามแม่น้ำแควอยู่บ้าง  แต่หล่อนคงไม่เบิกบานเท่ากับร้านกาแฟกาญจนบุรีและเบเกอรี่สำหรับโชว์ภาพในโลกโซเชียลหรอกครับ แต่ผมก็หลวมตัวยิ้มแย้มไปด้วยเหมือนกัน เมื่อเข้าไปสัมผัสความอิ่มเอมของเบเกอรี่ต่างๆ

สำหรับร้านกาแฟกาญจนบุรี แห่งแรกที่เราได้แวะไปก็คือ ร้านสิทธิสังข์ครับ อยู่ในถนนปากแพรก ซึ่งเป็นย่านชุมชนเก่าแก่ของจังหวัดกาญจนบุรี ครับ  สำหรับร้านกาแฟกาญจนบุรีนี้ก็ถูกใจพวกเราไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะเป็นบ้านเก่าที่ประยุกต์ดัดแปลงได้เด่นพอสมควร ถ้าขับมาถนนสายนี้ ก็ถามชาวบ้านละแวกนั้นได้ครับ ขับมาเรื่อยๆ จะเห็นอาคารโทนเหลืองเด่นๆ อยู่  เป็นอาคารสองชั้นตกแต่งสวยงาม โดยเฉพาะปูนปั้นลายก้านขดที่บริเวณประตูทางเข้าดูคลาสสิคดี ภายในร้านกาแฟกาญจนบุรีร้านนี้ก็ดูสบายๆ ทั้งเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งคล้ายกับโรงแรมสมัยเก่าดูมีเสน่ห์ดีเหมือนกัน ว่าแล้วเราก็สั่งเครื่องดื่มมาลองกันสักหน่อย สำหรับผมแล้วต้องเป็นเครื่องดื่มร้อนๆ ให้เข้ากับบรรยากาศสิครับ ชาไทยร้อนเป็นคำตอบเดียวที่ผมสะดุดตา  สำหรับรสชาติของชาก็หวานกลางๆ ครับ อาจจะไม่ถูกใจคอหวานมากนักแต่ฟองนมหอมๆ ในชาก็ช่วยก็ให้ละมุนลิ้นเลยทีเดียวครับ สำหรับยัยแอนกับยัยแจงน่ะเหรอ กำลังยกจานเครบเค้กถ่ายรูปตามประสา พวกเธอลบภาพไปมาอยู่หลายครั้งเพราะไม่พอใจรูปในกล้องที่หน้ามันอ้วนไป (ก็หล่อนมันหน้าอ้วนจริง ๆ นี่หว่า…ผมคิดในใจ) หลังจากเสร็จพิธีการแห่งการถ่ายรูปเสร็จผมกับเจ้าต้นก็ลองชิมเค้กของร้านกาแฟกาญจนบุรีร้านนี้ดู รสชาติของแยมสตรอว์เบอรี่บนเครปเค้กกำลังพอดี  ไม่เลี่ยนไปครับ  ส่วนเจ้าอาร์มก็ชิมบราวนี่รสเข้มของโปรดของมัน  มันมูมมามซะผมไม่กล้าแย่งเลยครับ  แสดงว่าอร่อยจริง  สำหรับเมนูที่ผมชอบเป็นพิเศษก็ต้องคงเป็น New York cheesecake ครับ  รสชาติที่ออกเปรี้ยวและหวาน  ผสมผสานกับความหอมของชีสทำให้นุ่มลิ้นกันเลยทีเดียว  ถือว่าเป็นเมนูแนะนำของที่นี้เลยก็ว่าได้  สำหรับใครที่ต้องการบรรยากาศแบบย้อนอดีตที่ให้อารมณ์แบบชิ ๆ ในจังหวัดกาญจนบุรีแล้วล่ะก็ ร้านกาแฟกาญจนบุรี ร้านแห่งนี้ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีมากครับ

สำหรับร้านกาแฟกาญจนบุรีร้านต่อมาที่สาวๆ ดูจะยิ้มกริ่มเป็นพิเศษก็คงเป็นร้าน 10 o’clock cafe  ครับ เป็นร้านที่สวยแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี เหมาะแก่การอวดเพื่อนๆ ในเฟสบุ๊คเลยทีเดียว  ร้านแห่งนี้ตั้งอยู่ถนนปากีสถานเลยโค้งประปาไม่นานก็เจอแล้วครับ ภายในร้านตกแต่งในสไตล์วินเทจ  โดยมีหลายมุมให้เซลฟี่กันเป็นว่าเล่น  บางมุมมีตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ให้กอด ผมเหลือบเห็นสาว ๆ ตาลุกวาวใหญ่เลย  แต่เราก็เลือกนั่งบริเวณนอกร้านครับ  เพราะมองเห็นน้ำพุและต้นไม้สบายตาดี  ส่วนการตกแต่งบริเวณนอกร้านกาแฟกาญจนบุรีจะให้อารมณ์เหมือนสไตล์ยุโรปเลยทีเดียว  ถ้ามีหิมะตกข้าง ๆ สักหน่อย (ผมก็กลายเป็นณเดช  คุ๊กกี้มั้ยครับชัด ๆ ครับ)  สำหรับร้านนี้ก็บริการทั้งของคาวและของหวานครับ  ผมลองสั่งเครื่องดื่มอย่าง โกโก้เย็น ดู  รสชาติของโกโก้ก็กลาง ๆ แต่ตัวนมหวานมันดี  ผมเหลือบไปเห็นสาว ๆ สั่ง   เค้กบลูเบอรี่ชีสพาย และ ชีสเค้กเสาวรส ชิ้นใหญ่ดูยั่วน้ำลายดีนัก  แต่ก็เหมือนเดิมครับ  ผม  เจ้าต้น  และเจ้าอาร์มก็ต้องรอ  นางแบบเซลฟี่กันให้เสร็จก่อน  หลังจากได้ชิมเค้กทั้งสองอย่างแล้วรสชาติที่ได้ก็ลงตัวดี โดยเฉพาะชีสเค้กเสาวรส รสชาติของเค้กออกเปรี้ยวและหวานกำลังดี  ร้านกาแฟกาญจนบุรีแนะนำเลยครับ

และเราก็ปิดท้ายกันที่ร้าน One Tea Coffee ครับ ร้านกาแฟกาญจนบุรีร้านนี้เจ้าอาร์มและยัยแจงแฟนของมันเป็นคนเสนอเอง  มันบอกว่าอยากสวีทหวานกันท่ามกลางกาแฟในสวนสักหน่อย  แหม…พูดแบบนี้เอามีดมาแทงผมเลยดีกว่า..   สำหรับร้านนี้แห่งตั้งอยู่ที่ถนนกาญจนบุรี-อู่ทองครับ  ข้ามทางรถไฟไปหน่อยให้มองไปทางซ้ายมือก็จะเห็นป้ายชัด เป็นร้านที่มีราคาอาหารค่อนข้างถูกแห่งหนึ่งในกาญจนบุรีเลยก็ว่าได้  เป็นร้านกาแฟกาญจนบุรีเล็กๆ ที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายมีสไตล์  ผมเองชอบเฟอร์นิเจอร์ของร้านนี้ที่เป็นพิเศษครับ  เพราะมีเอกลักษณ์และการจัดวางที่ดี  ทั้งยังมีบริเวณ Indoor และ Outdoor  ให้เลือกนั่งชิลๆ เราจึงเลือกบริเวณในสวนที่เป็น Outdoor ครับ  เป็นลักษณะสวนย่อมที่ดูสบายตาและน่าถ่ายรูปมากๆ ในส่วนของเมนูอย่าง เค้กช็อกโกแลตลาวา ที่เขาร่ำลือกันว่าอร่อยและมีรสชาติเฉพาะตัว  เมื่อชิมคำแรกก็ฟินเลยครับ  น้ำลาวาที่ไหลเยิ้มๆ ไม่เหลวไป เมื่อสัมผัสกับลิ้นแล้วแทบจะลอยตัวเลยทีเดียว ยิ่งทานคู่กับ โกโก้มินท์ นี้แล้วล่ะก็สุดๆ เลย  ผมกำลังชื่นชมกับของหวานตรงหน้าอย่างเพลินๆ หันไปมองยัยแจงกำลังป้อนเค้กให้กับเจ้าอาร์ม  แล้วมันจี๊ดเสียนี้กระไร  เชอะ !  จานถัดมาเราก็ปิดท้ายด้วย Ice cream crepe with orange sauce เป็นแป้งเครปที่ราดด้วยน้ำซอสรสส้ม  รสชาติเปรี้ยวกำลังดี  ซึ่งถือว่าเหมาะกับคอเค้กผลไม้เลยทีเดียว  ระหว่างที่ผมกำลังฟินกับเค้กอยู่…ยัยแอนก็สะกิดผมให้ถ่ายรูปคู่รักพวกมันทั้ง 4 คนหน่อย  …เอ่อ…ผมนี่ยืนขึ้นเลย !

ในระหว่างทางกลับกรุงเทพ ผมนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย เกี่ยวกับความโสดของตัวเองที่มันคงกระพันอยู่นานหลายปี  และในทริปนี้ เพื่อนรักของผมได้ท่องเที่ยวกับคนรักในเมืองแห่งประวัติศาสตร์อย่างจังหวัดกาญจนบุรีอย่างมีความสุข แม้จะเป็นทริปที่เน้นอาหารการกินเป็นส่วนใหญ่ โดยพลาดสถานที่สวยงามอีกหลายแห่งก็ตาม  แต่ผมว่าพวกเขาคงจะมีความสุขในการเติมเต็มความหวานในสิ่งที่พวกเขาชอบได้เป็นอย่างดี   …เฮ้ย ขึ้นอีกแล้วน้ำหนัก อ้วนแน่เลยฉัน เซงเลย  … เสียงสาว ๆ กำลังชั่งน้ำหนักหน้าร้านสะดวกซื้อ (ก็บอกแล้ว  หล่อนมันอ้วนจริง ๆ นี้โว้ย! ผมคิดในใจ…)    “ทริปครั้งหน้าผมจะขับรถพาผู้หญิงข้างกายมาเที่ยวด้วยกัน  นั้นคือ แม่ของผมไงล่ะ  ก็สุขเหมือนกันจริงมั้ย”

Share On Facebook
Share On Twitter
Share On Google Plus