เรือนแพ… สุขจริง อิงกระแสธารา… หริ่งระงมลมพลิ้วมา กล่อมพฤกษา ดั่งว่าดนตรี… เสียงเพลงนี้ดังเข้ามาในหัวผมทันที เมื่อได้สัมผัสห้องพักในบรรยากาศโฮมสเตย์ริมแม่น้ำแควเยี่ยงนี้ ผมรู้สึกกลายร่างเป็นพระเอกในเรื่อง เรือนแพ เวอร์ชั่นโตโน่ในทันใด พลางยืนทำมิวสิคกลางสะพานไม้เชื่อมทางเดินมายังห้องพัก พร้อมชมบรรยากาศ รับลมเย็น ๆ ท่ามกลางกระแสน้ำ …นี้แหละเสน่ห์ของกาญจนบุรีล่ะ

สำหรับห้องพักที่ผมและเพื่อนสอดส่องหาก็เป็น Bamboo House (แบมบู เฮ้าส์) ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากสถานีขนส่งกาญจนบุรีมากนัก ที่นี้มีบริการห้องพักที่หลากหลายครับ ไม่ว่าจะเป็นบังกะโลทรงคลาสสิคแบบปูนซึ่งอยู่บนฝั่งพื้นราบ หรือจะเป็นบ้านแพไม้ไผ่สไตล์โฮมสเตย์ที่ตอบสนองความใกล้ชิดธรรมชาติแบบเต็มเปี่ยม สำหรับชายฉกรรจ์ขวัญใจแม่ยายอย่างเราต้องพักบ้านแพริมน้ำใช่มั้ยล่ะ แต่ในใจก็หวั่นเรื่องแมลงและยุงชุมอยู่บ้างครับ ในส่วนของตัวห้องพักนั้น

สำหรับใครที่จะพักโซนบ้านแพของ Bamboo House (แบมบู เฮ้าส์) นั้น เมื่อเรือแล่นผ่านอาจจะได้ฟิวส์เหมือนนั่งอยู่บนกระดานโต้คลื่นกลางแม่น้ำแควของกาญจนบุรีอยู่บ้าง แต่อย่าห่วงครับเพราะมันจะกระเพื่อมขึ้นเล็กน้อยเท่านั้นเป็นสีสันไปอีกแบบ ในส่วนของภายในและภายนอกนั้นตกแต่งด้วยไม้ไผ่ที่ให้อารมณ์แบบธรรมชาติ เรียกได้ว่าเหมือนเราไปตั้งแคมป์ลูกเสือตามชนบทเลยครับ ข้าง ๆ มีพัดลมตัวเล็กหนึ่งตัวอยู่ใกล้หัวเตียง ไม่เรียกว่าเตียงดีกว่าครับเรียกว่าปูนนิ่มแล้วกัน 555.. คือไม่ได้แข็งขนาดนั้นครับ เป็นฟูกรองนอนที่เราสามารถนอนได้สบาย ๆ แต่สำหรับบางคนอาจจะซีเรียสเรื่องนี้ก็ได้ ผมเหลือบไปเห็นไอ้แน็กทำหน้าซีดไม่ค่อยร่าเริงเท่าไหร่ นึกได้ว่ามันต้องกังวลการเดินไปห้องน้ำข้างนอกดึก ๆ แน่ ๆ อ่อ…สำหรับห้องที่ผมพักไม่มีห้องน้ำนะครับต้องเดินออกไปนิดเดียว …ดีนะผมเตรียมหน้ากากผีเตรียมหลอกให้ไอ้แม็กแต๋วแตกอยู่พอดี

หลายคนอาจจะคิดว่าโฮมสเตย์ของ Bamboo House (แบมบู เฮ้าส์) ในโซนนี้อาจจะไม่ค่อยสะดวกสบายในหลาย ๆ อย่างนัก แต่สำหรับผมคิดว่าบรรยากาศนั้นครบรสกว่าห้องพักโซนอื่น ๆ แน่นอน เพราะมีระเบียงที่ยื่นออกมาให้เราชมแสงแดดอาทิตย์อ่อน ๆ และได้ซึมซาบบรรยากาศแห่งความเป็นชนบทอย่างแท้จริง ผมนั่งเอนกายมองดูทิวทัศน์ที่สวยงามของกาญจนบุรี สูดกลิ่นหอมของธรรมชาติ พลันจ้องมองฝั่งตรงข้ามทีเป็นต้นไม้ใบหญ้าอันเขียวขจีอันเป็นตัวเชื่อมระหว่างท้องฟ้ากับแม่น้ำที่ใสสะอาดได้อย่างลงตัว มันคือภาพศิลปะที่งดงามดี ๆ นี้เอง สำหรับนักเซลฟี่ทั้งหลายคงจะถูกอกถูกใจน่าดู เพราะในบางมุมเราจะสามารถมองเห็นสะพานข้ามแม่น้ำแควแบบพาโรนามาอีกด้วย

เป็นไงล่ะได้บรรยากาศจริง ๆ ใช่มั้ยครับ ไม่นานท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว หลังจากไปหาอะไรทานเสร็จ เราก็กลับมานั่งคุยสัพเพเหระ จำได้ว่าวันนั้นคือวันหยุด หากใครมาเที่ยวหรือมาพัก Bamboo House (แบมบู เฮ้าส์) ในห้องพักโซนนี้ช่วงหยุดสุดสัปดาห์ล่ะก็ คุณอาจจะต้องทำใจเป็นพัก ๆ เพราะจะมีเสียงเรือติดลำโพงเสมือนงานเกษียณของกำนันเคลื่อนที่ดังกังวานยามเรือแล่นผ่านเลยทีเดียว ไอ้แม็กกับเจ้ารันเริ่มหงุดหงิด ผมเลยแกล้งล้วงในกระเป๋าเปิดเสียงผีที่อัดใส่ไว้ในมือถือ พวกมันกลัวจนต้องรีบนอน ผมแอบขำพลันดูในมือถือ …เอ๊ะ ! ยังไม่ได้กด เปิดเสียงนี่ …ผมรีบนอนทันที !

เช้ารุ่งขึ้นหลังจากทานอาหารเช้าของที่นี้อย่างง่าย ๆ เราก็ได้เก็บภาพความทรงจำอีกหลายภาพ ก่อนจะไปยังที่พักแห่งใหม่ เพราะนี้คือส่วนหนึ่งของความสวยงามของจังหวัดกาญจนบุรี เท่านั้น ผมเดินเหยียบสะพานไม้ที่เดิม กอดอกพลางมองทัศนียภาพแบบโฆษณากาแฟกระป๋อง ว่าแต่…เรากำลังเล่นเป็นโตโน่ในเรื่องเรือนแพอยู่นี่… “ถ้าผมจะกลับมา ผมกลับมาได้ แต่ไม่ใช่ในฐานะเดิม ….ก็พาแฟนมาไงล่ะ แฮะ ๆ”