เมืองกาญจน์เมืองกาญจน์เมืองกาญจน์  ดีใจจังฉันได้ไปกาญจนบุรีแล้ว!

ไดจัง…ไดอารี่ ยินดีกับฉันไหมที่ได้ไปกาญจนบุรี อยากเที่ยวที่นี่มานาน ทำไมถึงดีใจขนาดนี้ที่จะได้เมืองกาญจน์น่ะหรือ ก็เพราะรุ่นพี่คนนั้นไง…ได้ยินว่าเค้าจะไปด้วยนะสิ ไปกาญจนบุรีด้วยกัน ฟังนะ…จะเล่าให้ฟัง

พวกเรารวมตัวกันตั้งแต่เช้าตรู่ตามเวลานัด มีเป้าหมายที่กาญจนบุรีวิ่งผ่านเส้นทางถนนบรมราชชนนี พอผ่านพุทธมณฑลมาได้สักพัก ภายในรถก็แจกจ่ายอาหารเช้า รถวิ่งเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 4 ที่มุ่งไปบ้านโป่ง ราชบุรี จากนั้นแยกเข้าสู่ทางหลวง 323 เมื่อเห็นป้ายกาญจนบุรีวิ่งต่อเนื่องบนถนนแสงชูโตซึ่งเป็นเส้นหลักเข้าสู่ตัวเมืองกาญจน์

ได้ยินพวกพี่ทีมงานวางแผนทำกิจกรรมและหาที่เที่ยวชุลมุนทีเดียว ที่เที่ยวในเมืองกาญจน์มีหลากหลายทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติป่าเขาและน้ำตกขึ้นชื่อ รวมถึงวัดวาอาราม เช่นสะพานข้ามแม่น้ำแคว ถ้ำกระแซ ปราสาทเมืองสิงห์ พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาดที่เกี่ยวข้องกับสะพานสายมรณะ น้ำตกไทรโยคน้อย ไทรโยคใหญ่ สุสานสัมพันธมิตร วัดถ้ำเสือปางช้างไทรโยคและอีกมากมาย

กว่าจะเลือกได้ยากเย็นเพราะอยากไปที่นั่น…เสียดายที่นี่ เช่นเดียวกับที่พักในเมืองกาญจน์มีรีสอร์ทน่าสนใจหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นบ้านริมแควแพริมน้ำ สายธารไอยรา รีสอร์ท, สวนไทรโยค, เดอะโฟลทเฮ้าส์ ริเวอร์แคว , บูติคราฟท์ รีสอร์ท หรือ บ้านภูฟ้า ฯลฯ แต่ต้องเลือกให้สอดคล้องกับกิจกรรมที่เตรียมไว้และเวลาที่มีจำกัด

หลังจากเก็บข้าวของสัมภาระก็ออกมาร่วมกิจกรรมซึ่งที่เมืองกาญจน์มีให้เลือกตามความชื่นชอบ มีกีฬาทางน้ำ พายเรือคายัค หรือขี่ช้างชมป่าสำหรับผู้ที่ชอบแนวธรรมชาติป่าเขาลำเนาไพร แม้แต่คนที่อยากพักผ่อนจะนั่งจิบกาแฟมองฟ้ามองน้ำก็ไม่มีใครว่า

ล่องแพเปียกเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่พลาดไม่ได้ เป็นไฮไลท์ของการเที่ยวแม่น้ำแคว เมืองกาญจน์ เลยทีเดียวทุกคนต้องสวมเสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัย เจ้าหน้าที่บอกว่าน้ำในแม่น้ำแควน้อยไหลแรง ฉันก้าวลงแพอย่างไม่รีรอ แอบไปนั่งใกล้กับรุ่นพี่ แพสองแพผูกติดกัน มีเรือลำใหญ่ลากแพแล่นทวนน้ำอยู่ข้างหน้า

ทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำแควน้อย เมืองกาญจน์ ยังคงเป็นธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพืชพรรณไม้เขียวชอุ่มร่มรื่น เรือแล่นไปประมาณ 2 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่หยุดแพแล้วให้นักท่องเที่ยวเล่นน้ำ จะกระโดดจากแพท่าไหนก็ตามสะดวก แล้วปล่อยให้ร่างกายลอยไปตามสายน้ำเย็นชุ่มฉ่ำ

ความสนุกอยู่ที่การว่ายน้ำกลับแพ ต้องกะระยะให้ดี ไม่อย่างนั้นจะถูกกระแสน้ำพัดพาไปไกลจากแพได้ ฉันเองพยายามหลับหูหลับตาตะกายน้ำแต่ดูเหมือนไม่ถึงแพสักที จู่ๆ รู้สึกถูกลากมาที่แพกำลังจะหันไปขอบคุณใครคนนั้นก็ได้ยินเสียงหัวเราะหึๆ พอหันกลับไป…ใบหน้าก็ร้อนผ่าว เห็นรุ่นพี่คนนั้นกำลังกลั้นยิ้ม ฉันเองอายแทบแทรกแผ่นดินหนี ไม่ใช่สิ…แทรกน้ำหนี…น้ำในแม่น้ำแควน้อย แล้วไปโผล่หน้าถ้ำที่ไหนสักแห่งในเมืองกาญจน์…ฝังตัวอยู่ที่กาญจนบุรีนี่แหละ

กิจกรรมยามค่ำคืนหลังอาหารค่ำ มีแสงสีเสียง ดนตรีที่ครึกครื้น รวมทั้งเกมส์ที่สร้างความสนุกสนาน และมีเกมส์ส่งท้ายที่ให้เล่นต่อเนื่องไปยันวันรุ่งขึ้น ฝ่ายชายได้รับสร้อยลูกปัดแก้วที่ต้องนำไปมอบให้สาวส่วนฝ่ายหญิงได้รับผ้าขาวม้าเพื่อมอบให้หนุ่มๆ และยังมีตุ๊กตาหมีที่ตัดเย็บจากผ้าขาวม้า เป็นผ้าขาวม้าของกลุ่มผ้าทอมือบ้านหนองขาว ซึ่งเป็นของฝากขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งของเมืองกาญจน์

ฉันวางตุ๊กตาหมีที่ติดชื่อตัวเองไปวางเรียงต่อจากเพื่อนๆ ก่อนกลับที่พักแพริมน้ำก่อนนอนเตรียมจดรายการของฝาก วุ้นเส้นท่เาเรือ เส้นก๋วยเตี๋ยว สลิ่มน้ำกะทิ น้ำพริกเผา ต้องไม่ลืมมะขามแก้วและทองม้วนสด เห็นว่ามีแหล่งของฝากทางเส้นขาออกจากตัวเมืองกาญจน์อยู่หลายร้าน ระหว่างนอนบนแพได้ยินเสียงน้ำไหลตลอดคืน ฟังเพลินเหมือนกับดนตรีบำบัดกล่อมให้หลับสนิท

หลังอาหารเช้าได้ไปกราบขอพรหลวงพ่อที่ถ้ำกระแช ถ่ายรูปและเที่ยวชมสะพานรถไฟสายประวัติศาสตร์แห่งเมืองกาญจน์ มีของฝากของที่ระลึกน่าซื้อจากเมืองกาญจน์ตลอดเส้นทางบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว

กลับมาที่พักฉันเริ่มตื่นเต้นหมีน้อยผ้าขาวม้าของฉันจะเป็นอย่างไรบ้างนะ จะมีใครมาคล้องสร้อยลูกปัดให้หรือเปล่า ส่วนผ้าขาวม้าที่อยู่กับฉัน…ไม่ต้องเดาก็ได้ว่าฉันจะให้ใคร ฉันตรงไปที่หมีน้อย เห็นสร้อยลูกปัดคล้องอยู่…ใจก็เต้นตึกตัก พออ่านการ์ดที่มีข้อความสั้นๆ ติดมากับสร้อยก็แทบกรี๊ด…“ขากลับ มานั่งด้วยกันนะ…ลงชื่อ” หัวใจฉันฟูฟ่อง อยากตะโกนให้ก้องโลก อยากบอกว่า “ขอบคุณเมืองกาญจน์…ฉันรักกาญจนบุรี”

 

Share On Facebook
Share On Twitter
Share On Google Plus