สำหรับในวันหยุดชิลๆ อย่างนี้ ใครที่อยากลองไปสัมผัสมนต์เสน่ห์อันซีนอินไทยแลนด์ กับโบสถ์ที่มีอยู่หนึ่งเดียวในโลก เรียกได้ว่าอะเมซิ่งสุดๆ แถมยังได้ร่วมทำบุญขอพรกันด้วย วันนี้เราก็มีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มาแนะนำกันซึ่งไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อย่างจังหวัดกาญจนบุรี นั่นก็คือ “โบสถ์สแตนเลส” นั่นเอง ถือเป็นของดีของเด็ดของเมืองกาญจน์กันเลยทีเดียวครับ

โดยโบสถ์สแตนเลสของเมืองกาญจน์แห่งนี้ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเขื่อนศรีนครินทร์ เรียกได้ว่ามีอยู่แค่แห่งเดียวในโลกเลยก็ว่าได้ แถมยังเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยอีกด้วย ด้วยความที่เป็นโบสถ์ที่สร้างขึ้นจากสแตนเลสทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตัวโบสถ์ทั้งหลัง หรือองค์พระประธานด้านหน้าที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในโลกที่ทำจากสแตนเลสเลยทีเดียว ไปจนถึงระฆังที่ให้นักท่องเที่ยวได้ตีเพื่อเสริมสิริมงคลก็ยังคงทำจากสแตนเลสเช่นเดียวกันครับ

โดยคุณสามารถนั่งเรือหางยาวที่เขามีบริการข้ามไปยังโบสถ์อัศจรรย์แห่งนี้กันได้ครับ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง แต่หากใครอยากถึงเร็วกว่านี้แนะนำให้ไปทางวัดทุ่งมะกอก จังหวัดสุพรรณบุรี แล้วต่อรถโฟล์วีลอีกนิด ตามด้วยเรืออีกหน่อย ก็จะถึงเร็วกว่ากันราวๆ ค่อนชั่วโมงได้นะครับ แล้วแต่สะดวกเลย แถมระหว่างสองข้างทางมีวิวสวยๆ ทั้งภูเขา ต้นไม้ มีลมเย็นๆ ปะทะหน้าตลอด สามารถเก็บภาพเป็นที่ระลึกกันได้เลย แถมแม่น้ำที่นี่ขอบอกว่าน้ำใสสะอาดสุดๆ เรียกได้ว่าสัมผัสกับธรรมชาติแท้ๆ กันจนเต็มอิ่มเลยทีเดียว

พอข้ามมาถึงฝั่งก็จะพบกับวัดปากลำขาแข้ง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานวัดโบสถ์สแตนเลสของเมืองกาญจน์แห่งนี้ ที่รายล้อมไปด้วยป่า แม่น้ำ และภูเขา ทำให้เราได้สัมผัสถึงความสุขสงบท่ามกลางธรรมชาติจริงๆ พอเข้าไปเราก็จะได้พบกับวัดโบสถ์ที่ไม่เหมือนที่ใดในโลกนี้อีกแล้ว อย่างโบสถ์สแตนเลสแห่งนี้ ที่ใครเห็นก็ต้องทั้งอึ้งทั้งประทับใจกับความมหัศจรรย์ว่าในเมืองกาญจน์ของไทยเราจะมีสถาปัตยกรรมแบบนี้อยู่ด้วยหรือ อันซีนไทยแลนด์แห่งเดียวในโลกจริงๆ แม้ว่าจะเดินทางมาเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน แต่ถือว่าคุ้มสุดๆ กับการได้เห็นวัดโบสถ์สแตนเลสที่สวยงามของเมืองกาญจน์แห่งนี้

สำหรับวัดโบสถ์สแตนเลสของเมืองกาญจน์แห่งนี้ ใช้เวลาในการสร้างขึ้นนานถึง 17 ปีเลยทีเดียว กว่าที่เราจะได้ชมสถานที่อันพิเศษตระการตาแบบนี้ ซึ่งเป็นการสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่ในหลวงของเรา ทำให้พวกเราได้เห็นเป็นบุญตาไปตามๆ กัน เข้ามาแล้วก็อย่ารอช้าเข้าไปกราบองค์สมเด็จพระปฐมกันก่อนดีกว่า ซึ่งตรงนี้หลายๆ คนอาจสงสัยว่าเข้าไปแล้วจะไม่ร้อนหรือเพราะเป็นสแตนเลสทั้งหลัง ตรงกันข้ามเลยครับ ข้างในนี้ทั้งเย็นสบายและเงียบสงบ เพราะพื้นปูด้วยหินแกรนิตส่วนหลังคาและรอบๆ เขาทำฉนวนกันร้อนไว้ครับ ไม่ต้องกลัวว่าเข้าไปแล้วจะร้อนนะครับ

หลังจากเข้าไปกราบองค์พระปฐมด้านในกันเรียบร้อยแล้ว เราก็ออกมาสัมผัสกับความงามด้านนอกกันต่อเลย ซึ่งแน่นอนว่าหากใครมาแล้วก็ต้องรีบหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพกันยกใหญ่ โดยเฉพาะเวลาแสงแดดกระทบกับโบสถ์สแตนเลสหรือองค์พระประธานด้านหน้าเป็นเงาสะท้อนแสงระยิบระยับเป็นประกาย ถ่ายภาพสวยมากๆ แถมยังมีท้องฟ้า เมฆ กับดอกไม้เป็นฉากประกอบก็ยิ่งทำให้ดูมีสีสันขึ้นไปอีก อ้อ! แล้วอย่าลืมไปตีระฆังข้างโบสถ์กันด้วยล่ะ แนะนำให้ตี 9 ครั้ง เพื่อความก้าวหน้าในชีวิต (เขาบอกมา) ลองไปตีกันดูนะครับจะได้รู้ว่าเสียงระฆังแบบธรรมดากับระฆังสแตนเลสต่างกันมั้ย

เป็นไงครับกับทริปพิเศษเจ๋งๆ แบบนี้ ลองไปชมกันดูได้นะครับ มีที่เดียวในโลก แถมอยู่ใกล้ๆ แค่นี้เอง เดินทางสะดวก แล้วคุณจะรู้ว่าความมหัศจรรย์มีอยู่จริง อันซีนอินไทยแลนด์ ที่นี่ที่เดียวกับวัดโบสถ์สแตนเลส จังหวัดกาญจนบุรี