น้ำตกจากผา เหมือนน้ำตาน้องไหลตก น้ำไหลตก เพราะน้องมันตกบ่วงเสน่หา…  โห  เพลงของพุ่มพวง ดวงจันทร์ เลยแฮะ โบราณไปมั้ยแม่ ผมแซวแกมหยอกแม่ในวันฉลองปีใหม่ ว่าแต่…เนื้อหาของเพลงของก็เศร้าดีแฮะ นึกถึงตอนที่ผมและผองเพื่อนพาพี่กั้งซึ่งเป็นรุ่นพี่เจ้าของฉายาเทพบุตรรักเองรักช้ำเอง ไปปลอบหัวใจกันที่จังหวัดกาญจนบุรี

เราได้ยินมาว่าน้ำตกที่กาญจนบุรีมีหลายแห่งมากมาย สำหรับตัวผมเองแล้วผมชอบน้ำตกมากกว่าทะเลด้วยซ้ำไป เพราะมันมีอะไรให้ท้าทายในการเดินขึ้นพิชิตในแต่ละชั้น ยิ่งมากับเพื่อนๆ แล้วล่ะก็ สนุกคูณสองเชียวล่ะครับ ทริปนี้เราได้พาพี่กั้ง เกจิอาจารย์แห่งวงการอกหักมาซับน้ำตา เผื่อพี่แกเห็นสายน้ำลำธารสวยๆ แล้วจะดีขึ้น สำหรับถนนสายหลักที่เราใช้เป็นถนนแสงชูโตซึ่งเป็นถนนสายสำคัญที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งเลยทีเดียว

เราเริ่มแวะชมน้ำตกไทรโยคน้อย เพราะห่างจากตัวจังหวัดกาญจนบุรีไม่มากนักและเป็นน้ำตกที่กาญจนบุรีที่มีเพียงชั้นเดียว ที่ใช้เวลาชมความงามได้ทั่วถึง ระหว่างทางเดินไปจุดชมน้ำตกนั้นจะเป็นลักษณะหินที่สามารถเดินได้สบายๆ ไม่ต้องกังวลจะลื่นเลย (เพราะพวกเราหล่อลื่นอยู่แล้ว) แหม…อันที่จริงมันก็เป็นหินปูนนั้นแหละครับจึงไม่ลื่น เดินไปใช้เวลาแปปเดียวก็ถึงแอ่งน้ำแล้วครับ ซึ่งความกว้างพอสมควร น้ำดูใสดูน่าเล่นและไม่ลึกมาก ผมว่าความสวยงามของที่นี้อยู่ตรงที่ผาหินปูนที่มีสายน้ำไหลลงมาตกลงที่แอ่งน้ำนั้นเอง แลดูกลมกลืนกับแมกไม้สีเขียวชะอุ่มที่ปกคลุมค่อนข้างหนา ซึ่งบางคนอาจจะไม่ค่อยชอบ เนื่องจากมองเห็นสายน้ำไม่ค่อยชัดครับ แต่ผมว่ามันก็มีจุดเด่นที่สวยไปอีกแบบ เรายืนถ่ายรูปรับกลิ่นอายของความงดงามของธรรมชาติอยู่พอสมควร น้ำตกที่กาญจนบุรีแห่งนี้ดูเหมือนจะเป็นที่ชื่นชอบของครอบครัวอีกด้วย อาจเป็นเพราะมีจุดพักให้นั่งชมสายน้ำได้หลายจุดด้วยกัน แม้จะเป็นน้ำตกที่ไม่ซับซ้อนนักแต่ก็มีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจพอสมควร เราได้ยินเสียงตู๊มด้านหลังเป็นเด็กๆ กำลังกระโจนสู่แอ่งน้ำสนุกสนานกันยกใหญ่ ผมแอบหันดูสีหน้าพี่กั้งดูพี่แกเริ่มมีรอยยิ้มขึ้นมาบ้างแล้ว ผมจึงแซวกลับไปว่าเด็กๆ ดูบริสุทธิ์เหมือนความจิ้นของพี่เลยนะ ห้าห้า …ผมโดนตบหัวไปหนึ่งที  สมใจ…

อีกหนึ่งความสวยงามของน้ำตกที่กาญจนบุรีที่เราได้พิสูจน์นั้นคือ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น นั้นเอง ได้ยินมาว่าน้ำตกที่กาญจนบุรีแห่งนี้มีชื่อเสียงทางด้านความงามที่สวยติดอันดับต้นๆ ของประเทศไทยเลยทีเดียว ในการเดินทางเราต้องข้ามแพขนานยนต์ข้ามไปอำเภอศรีสวัสดิ์ซึ่งระหว่างทางไปน้ำตกอาจขรุขระอยู่บ้างแต่ก็คุ้มค่าครับ หลังจากจอดรถเราก็เดินมาถึงป้ายที่บอกระดับชั้นของน้ำตก ซึ่งมีอยู่ 7 ชั้นด้วยกัน ด้วยความฟิตของหนุ่มบอยแบนด์ขวัญใจแม่หม้ายอย่างพวกเรา ขอเดินไปให้ครบแล้วกัน เราเริ่มจากชั้นที่ 1 ดงว่าน เป็นทางเดินลัดเลาะที่มีบันไดรู้สึกว่าปลอดภัยเลยทีเดียว ไม่นานก็ถึงชั้น 2 ม่านขมิ้น ชั้นนี้สมชื่อครับ ผมเก็บภาพสายน้ำที่ไหลลงมาถี่ๆ เหมือนมีม่านกั้นเลยทีเดียว ต่อด้วยชั้น 3 วังหน้าผา ก็มีลักษณะเหมือนชั้น 2 ครับไม่ต่างกันมาก แต่มีชั้นลอยซ้อนอยู่ ดูสวยงามดี และก็มาถึง 4 ฉัตรแก้วจนได้ครับ ชั้นนี้ถือเป็นไฮไลท์ที่สวยงามที่สุดของน้ำตกแห่งนี้ครับ และยังเป็นจุดที่บ้านพักและสามารถกางเต็นท์ได้ ชั้นนี้ต้นไม้จะหนาแน่นร่มรื่นมาก และมีชั้นลอยหลายชั้น จะเห็นนักท่องเที่ยวหลายคนถ่ายรูปมุมชั้นนี้เยอะมาก (ผมมองสาวเพลินเลย) ต้องเรียกสมาธิกลับมาใหม่ และเดินต่อไปยังชั้นที่ 5 ถึงชั้นที่ 7 ครับประกอบด้วย ไหลจนลง ดงผีเสื้อ และร่มเกล้า ในตั้งแต่ชั้น 5 เป็นต้นไปนั้นจะมีลักษณะหน้าผาชั้นลอยที่ไม่สูงมากครับ ภาพที่ได้มาอาจไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แต่กว่าจะถึงชั้น 7 ก็หอบเหมือนกัน  เรานั่งพักนานอยู่นานฟังพี่กั้งแกโม้ถึงเรื่องราวที่แกเพิ่งอกหักมาหมาดๆ แลดูช่างน่าเศร้าซะเหลือเกิน ไอ้ต้อมเลยเสนอให้กลับลงไปชั้น 4 อีกครั้ง มันบอกว่าเล็งสาวให้พี่กั้งเรียบร้อยแล้ว … สาวอะไรวะ สาวประเภทสอง …วงแตกอีกครั้ง ห้าห้า!

และมาถึงน้ำตกที่กาญจนบุรีที่ผมประทับใจมากที่สุดก็คือ น้ำตกเอราวัณครับ  เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความงดงามทั้งด้านสายน้ำและป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีทั้งหมด 7 ชั้นด้วยกัน ผมชอบน้ำใสๆ ของที่นี้ครับเปรียบเสมือนน้ำทะเลอันงดงามด้านฝั่งอันดามันเลยทีเดียว เริ่มตั้นที่ชั้นที่ 1 ไหลคืนรัง เนื่องจากมีแอ่งน้ำไม่กว้างนักเราจึงไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ จึงต่อไปยังชั้นที่ 2 วังมัจฉาครับชั้นนี้ผมประทับใจเป็นพิเศษ เนื่องจากมีแอ่งน้ำที่กว้าง โล่งสบายตาและยังมีสีของน้ำ 2 สีเป็นสีเขียวมรกตและสีของน้ำใสๆ ดูสะอาดตาสามารถมองเห็นปลาพลวงแหวกว่ายได้อย่างชัดเจนเหมือนอยู่ในร้านสปาที่มีปลามาคอยกัดจิกเท้ากันเป็นว่าเล่น จากนั้นเราก็ต่อด้วยชั้นที่ 3 ผาน้ำตกและชั้นที่ 4 อกผีเสื้อ ในส่วนของชั้นที่ 4 นี้ผมชอบลักษณะของหินครับดูมีเอกลักษณ์ดี เป็นลักษณะทรงกลมมน แลดูคล้ายๆ หน้าอกของผู้หญิงสักหน่อย (ผมไม่หื่นนะครับ..) ซึ่งเป็นจุดที่น่าเก็บภาพอีกชั้น แต่หากใครจะต่อไปยังชั้นที่ 5 เบื่อไม่ลง ชั้นที่ 6 ดงพฤกษา และชั้นที่ 7 ภูผาเอราวัณ จะต้องฟิตร่างกายให้ดีล่ะ  แนะนำผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไปขอให้จอดป้ายแค่ชั้น 3 นะครับเพราะเส้นทางมีทั้งขึ้นหิน ปีนบันได บางสะพานอาจไม่มีราวจับ บางจุดมีป้ายระวังหินลื่นจึงต้องระมัดระวังอย่างมาก ขนาดพวกผมที่เป็นบอยแบนด์หน้าปกอาหารแมวยังต้องดมยาดมคนละแป็กสองแป็กเลยครับ  เฮ้อ..  แต่แนะนำสำหรับช่างภาพที่ชื่นชอบความงามของแมกไม้นานาพันธุ์ขอเชิญที่ชั้น 6 เลยนะครับ เพียงแต่ชั้นนี้ไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำเพราะน้ำตื้นนั่นเอง สำหรับชั้นที่ 7 ชั้นสุดท้ายที่เรายืนอยู่นี้  เราก็ไม่รอช้าที่จะเล่นลงน้ำแบบจัดหนักต่างกระโดดลิงโลดกันเหมือนเด็กครับ  ผมเงยหน้าขึ้นไปมองเห็นสายน้ำไหลลงมาดั่งผ้าม่านจากหน้าผาเบื้องบนเหมือนภาพโปสการ์ดที่เราเห็นตามตลาด ซึ่งเป็นความประทับใจที่ทำให้รู้สึกหายเหนื่อยดีครับ ก่อนกลับลงไปผมสะกิดพี่กั้งให้ดูป้ายของชั้น 7 เขียนว่า “คุณคือผู้พิชิต” นี้ไงเพ่… พี่ได้พิชิต น้ำตกเอราวัณ สุดหินของที่นี้แล้ว ต่อไปพี่คงจะพิชิตใจสาวๆ ได้อย่างแน่นอนครับ ผมเพิ่งเห็นพี่กั้งน้ำตาตลอเบ้าให้พวกผมเห็นในรอบหลายเดือน…

หลังจากนั้นพี่กั้งกลับมาเป็นคนร่าเริงและหื่นเหมือนเดิม ก่อนปิดทริปพวกเราต่างได้แวะชมสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายของจังหวัดกาญจนบุรีล้วนแต่มีสถานที่ที่น่าประทับใจอยู่มาก แต่สำหรับตัวผมและผองเพื่อนแล้วสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างน้ำตกที่กาญจนบุรีเป็นความทรงจำที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว เพราะกว่าจะได้มาในแต่ละภาพถ่ายแห่งความทรงจำ จะต้องแลกด้วยความอดทน ความลำบากในการพิชิตเป้าหมายที่เราวางไว้ ดั่งเช่น ป้ายที่มีข้อความสั้นๆ  แต่ความหมายยาวอย่างความว่า “คุณคือผู้ชิต” ไงล่ะครับ

“แต่วันนี้…ผมกำลังโสดอยู่สิครับ  ใครก็ได้…  พาผมไปน้ำตกที..”