“จังหวัดกาญจนบุรี” เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ มีการเล่าขานเรื่องราวในอดีตต่อๆ กันมาหลายเรื่องราว รวมทั้งเรื่องราวของครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นในจังหวัดกาญจนบุรี จึงทำให้จังหวัดกาญจนบุรีมีสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของสงครามอยู่หลายแห่ง และเราตามรอยประวัติศาสตร์นั้นแล้วแบกเป้นั่งรถไฟไปเที่ยวกาญจนบุรีกัน

เมื่อไม่นานมานี้ฉันได้อ่านหนังสือเรียนวิชาสังคมศึกษาของน้องชาย แล้วเนื้อหาภายในหนังสือมีบทหนึ่งที่กล่าวถึงประวัติสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นในจังหวัดกาญจนบุรี ฉันเลยฉุกคิดขึ้นได้มีเที่ยวรถไฟพิเศษที่วิ่งเฉพาะวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ และพาไปเที่ยวที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังแล่นผ่านสถานที่สำคัญๆ ทางประวัติศาสตร์หลายแห่ง ฉันปิ๊งไอเดียในการเที่ยวแล้วล่ะค่ะ ครั้งนี้ฉันจะตามรอยประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่จังหวัดกาญจนบุรีโดยการนั่งรถไฟไปเที่ยวกาญจนบุรี ฉันเริ่มต้นออกเดินทางไปกาญจนบุรีที่สถานีรถไฟหัวลำโพง (กรุงเทพฯ) แล้วซื้อตั๋วรถไฟสายพิเศษที่พาท่องเที่ยวกาญจนบุรี ซึ่งปลายทางของรถไฟสายนี้คือน้ำตกไทรโยคน้อย จังหวัดกาญจนบุรี นั่งรถไฟไปเที่ยวกาญจนบุรีออกจากสถานีเวลาประมาณ 6 โมงเช้า มันเช้ามากค่ะ แต่ที่ผิดคาดสุดๆ คือคนที่ร่วมรถไฟไปเที่ยวด้วยกัน เยอะมากเช่นกัน ใครที่คิดจะขึ้นรถไฟไปเที่ยวกาญจนบุรีแบบฉันขอแนะนำให้จองตั๋วก่อนนะคะ และรีบมาขึ้นขบวนรถแต่เช้ามืด มิเช่นนั้นอดนั่งนะคะจะบอกให้ ระหว่างที่รถไฟแล่นบรรยากาศข้างทางก็ชิลล์ๆ ดีค่ะ ลมพัดเย็นๆ มองเห็นท้องฟ้า ทุ้งหญ้า ต้นไม้และภูเขา บรรยากาศพาฟินซะยิ่งกว่าตอนนั่งดูซีรีย์เกาหลีที่บ้านอีกค่ะ เวลาประมาณ 11 โมง รถไฟก็แล่นมาถึงสะพานข้ามแม่น้ำแคว จังหวัดกาญจนบุรี อนุสรสถานแห่งแรกของประวัติศาสตร์ ในช่วงนี้เราจะได้ลงมาเดินถ่ายรูปเล่นที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว จังหวัดกาญจนบุรีค่ะ นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติแห่กันลงไปสนุกสนานทั้งที่สะพาน และแม่น้ำทางด้านล่างค่ะ หากมองลงไปจากสะพานจะเห็นวิวแม่น้ำแควกว้างใหญ่ให้บรรยากาศแบบต่างจังหวัด ข้างล่างมีบริการนั่งเรือชมวิวด้วยล่ะค่ะ

หลังจากที่สนุกสนานที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว จังหวัดกาญจนบุรีแล้ว ก็ถึงคราวกระโดดขึ้นรถไฟแล้วเดินทางต่อ ซึ่งสถานที่ต่อไปนั่งรถไฟไปเที่ยวกาญจนบุรีจะแล่นผ่านทางรถไฟสายมรณะ จังหวัดกาญจนบุรีค่ะ ซึ่งในประวัติศาสตร์กล่าวว่า เป็นสะพานที่ถูกสร้างให้เป็นจุดยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า โดยถูกสร้างขึ้นด้วยแรงงานจากเฉลยศึกสัมพันธมิตรและกรรมกรชาวเอเชียที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มาและยังมีเล่าต่ออีกว่า  “หากนับหมอนหนุนรางรถไฟมีเท่าไหร่ จำนวนผู้คนและเชลยศึกที่ถูกเกณฑ์มาสร้างสะพานแห่งนี้ก็เสียชีวิตไปเท่านั้น” เป็นตำนานที่โหดร้ายและทารุณมากจริงๆ เมื่อรถไฟแล่นมาถึงทางรถไฟสายมรณะ จังหวัดกาญจนบุรี จะเห็นสะพานไม้ที่เป็นรางรถไฟทอดยาว ค่อนข้างทรุดโทรม เมื่อนึกถึงตำนานการสร้างประกอบไปด้วยก็มีสยดสยองกันนิดหน่อยล่ะค่ะ หลังจากนั้นนั่งรถไฟไปเที่ยวกาญจนบุรีก็แล่นผ่านถ้ำกระแซ จังหวัดกาญจนบุรี ที่นี่เป็นถ้ำที่มีผืนป่าปลกคุมสีเขียวขจีทั่วพื้นที่เลยล่ะค่ะ ด้านล่างเป็นวิวแม่น้ำแควไหลผ่าน ลมพัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างบรรยากาศดีมากๆ เลยค่ะ

ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง นั่งรถไฟไปเที่ยวกาญจนบุรีก็พาฉันและนักท่องเที่ยวทั้งหลายมาถึงที่น้ำตกไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี รถไฟก็จะให้พักดูน้ำตกประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ฉันขอยิงยาวด้วยการค้างคืนที่กาญจนบุรีก็แล้วกันค่ะ เมื่อเดินเที่ยวชมความสวยงามของน้ำตกไทรโยคน้อยจนเต็มอิ่ม ก็ถึงคราวเข้าพักกันแล้วล่ะค่ะ ฉันมาพักที่ “ผึ้งหวาน รีสอร์ท แควน้อย” รีสอร์ทสวยริมแม่น้ำแคว ถูกล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ หุบเขา และต้นไม้ บรรยากาศดี ร่มรื่นน่านอนมากๆ เลยล่ะค่ะ เอาล่ะค่ะทริปเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรีของฉันก็จบลงด้วยความประทับใจ อีกทั้งยังสนุก ได้ทบทวนความรู้สมัยเรียน ได้สัมผัสอนุสรสถานแห่งประวัติศาสตร์โลก ค่าตั๋วรถไฟ 120 บาท แต่ทำให้ฉันได้ท่องเที่ยวหลากหลายที่จนมาถึงที่น้ำตกไทรโยคน้อย นับว่าเป็นทริปเที่ยวกาญจนบุรีที่คุ้มมากๆ เลยล่ะ ทั้งสนุกและได้ความสุขจากการสัมผัสธรรมชาติสวยๆ แล้วคุณล่ะคะเคยมาเที่ยวที่กาญจนบุรีแล้วหรือยัง