“กาญจนบุรี เมืองนี้ช่างมีความหมาย ฉัน…จะขอยอมตาย หากแม้นไม่ได้เธอมาครอง” เนื้อเพลงท่อนหนึ่งจากเพลงพลังรัก ของวงชาตรี อดีตวงดนตรีวัยรุ่นเมื่อหลายสิบปีก่อน ซึ่งฉันเคยได้ฟังมาตั้งแต่เด็ก ทำให้สงสัยว่าเมืองกาญจนบุรีนี่มันมีอะไรดีกันหนอ ถึงกับทำให้พ่อหนุ่มคนนี้ ยอมตายหากแม้นไม่ได้เธอมาครอง

ฉันจำได้ว่าการเดินทางไปกาญจนบุรีตั้งแต่ยังอยู่ชั้นอนุบาล เพราะมีคุณยายซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ของคุณแม่อยู่ที่นั่น พ่อกับแม่จะขับรถพามาแทบทุกครั้ง บางครั้งก็ขึ้นรถทัวร์ แต่ก็มักจะไม่ได้ไปไหนไกลกว่าในตัวอำเภอเมือง พอโตขึ้นมาหน่อย อยู่ชั้นประถมก็ได้เดินทางไปกาญจนบุรีกับที่โรงเรียนพามาทัศนศึกษา ได้ไปเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแคว สุสานฝรั่ง เขื่อนศรีนครินทร์ เออ…ชักรู้สึกชอบเมืองกาญฯ ขึ้นมาบ้างแล้วสิ

พอขึ้นชั้นมัธยมก็ห่างหายจากการเดินทางไปกาญจนบุรีปีสองปีแม่พามาสักครั้ง จนกระทั่งเรียนจบ ม.6 เพื่อนทั้งห้องคุยกันว่าจะต้องไปเที่ยวกันทั้งห้องให้ได้ก่อนจะแยกย้ายกันไปเรียนที่อื่น หลายคนอยากไปทะเล แต่หลายคนก็เบื่อเพราะไปบ่อยแล้ว บางคนก็กังวลว่าไปทะเลที่เที่ยวเยอะเดี๋ยวก็แยกกลุ่มกันไปเที่ยว เราเลยออกความเห็นเล่นๆ ว่า “ไปล่องแพเมืองกาญฯ ไหมล่ะ? รับรองอยู่ครบ เพราะไม่รู้จะไปไหน” พร้อมกับหัวเราะเสียงดัง อ้าว…ทุกคนกลับเห็นดีเห็นงาม เพราะส่วนใหญ่ไม่เคยไปเที่ยวแพกันเลย

ในที่สุดในฐานะที่เป็นคนเสนอความเห็นและเชี่ยวชาญในเรื่องเมืองกาญฯ มากที่สุด เลยต้องเป็นคนประสานงานเรื่องการเดินทางไปกาญจนบุรี และการหาแพท่องเที่ยว แรกๆ ก็กังวลแต่พอโทรศัพท์ไปปรึกษาคุณยาย ทุกอย่างก็ง่ายเข้า คุณยายรู้จักเจ้าของกิจการแพท่องเที่ยวรายหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกชายของเพื่อนของคณยายเอง เรื่องการเดินทางไปกาญจนบุรีคุณยายแนะนำว่าให้ขึ้นรถไฟ เพราะประหยัดที่สุด มาด้วยกันหลายๆ คนก็ยิ่งสนุกดี เราก็เห็นด้วย พอประสานงานกับเจ้าของแพได้ราคาแล้วก็เอาไปบอกเพื่อน ก็ปรากฏว่าทุกคนยอมรับในเรื่องราคาและรายละเอียดการบริการที่ได้รับ จากนั้นเพื่อนๆ ก็แยกกันไปจัดการตามหน้าที่ เก็บเงิน ไปจองตั๋วรถไฟ ประสานกับทางแพ ฯลฯ

พอวันเดินทางไปกาญจนบุรีก็เฮฮากันตั้งแต่ออกจากหัวลำโพงแล้ว เพราะเพื่อนๆ มากันครบทุกคน การเดินทางไปกาญจนบุรีโดยรถไฟใช้เวลาประมาณสี่ชั่วโมง แต่ก็ดูเหมือนจะไม่นานเท่าไร เพราะสนุกสนานกันตลอดทาง เพื่อนหลายคนเดินทางด้วยรถไฟเป็นครั้งแรก และยังเป็นการเดินทางไปกาญจนบุรีเป็นครั้งแรกอีกด้วย ไม่รู้ผู้โดยสารคนอื่นเขาจะรำคาญพวกเราบ้างหรือเปล่านะ แต่ก็เห็นเขาหัวเราะชอบใจกัน พอเข้าเขตเมืองกาญฯ เราก็รู้สึกดีมากๆ อาจเพราะเคยมาตั้งแต่เด็กๆ พอไม่ได้มานานๆ ก็คิดถึงอยู่เหมือนกัน พอรถไฟเข้าสถานีกาญจนบุรี พวกเราก็ไปขึ้นรถสองแถวคันใหญ่ที่มาจอดรออยู่แล้ว คุณลุงเจ้าของแพออกมารับด้วยตนเองเลย นั่งรถชมเมืองกาญฯ ไม่นานนัก ก็มาถึงจุดที่แพจอดรอพวกเราอยู่

แหม…จะให้บรรยายความสนุกสนานในช่วงสองคืนนั้นก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรได้หมด จำได้แค่ว่า เหนื่อยมากและสนุกมาก ทั้งโดดน้ำ ว่ายน้ำ เล่นไพ่ ร้องเพลง เล่นกีตาร์ กิน นอน ฯลฯ พอเช้าวันเดินทางกลับก็หมดแรงกันถ้วนหน้า ลุงเจ้าของแพพาไปแวะซื้อของฝากแล้วก็พาไปส่งที่สถานีรถไฟ พอขึ้นรถไปปั๊บ ก็หลับกันปุ๊บเลย

ความทรงจำของฉันในการเดินทางไปกาญจนบุรี ดูจะเป็นความทรงจำที่ทับซ้อนกันอยู่หลายชั้น มีรสชาติที่แตกต่างกันไป แต่ฉันก็ยังคงรักทุกๆ ความทรงจำนั้น ครั้งต่อไปที่จะไปเที่ยว หากให้ฉันเป็นคนเลือก ฉันก็ยังคงจะเลือกที่จะเดินทางไปเมืองกาญจนบุรีอยู่นั่นเอง